ตลาดหุ้นไทยทรุด-ค่าเงินบาทผันผวนหนัก
หวั่นปัญหาการเมืองภายในประเทศ-ห่วงเศรษฐกิจจีนมีปัญหา "ภัทรียา"ชี้แค่แรงขายทำกำไรระยะสั้น
นางสาว วีณา ประชาธิรัตน์ เลขทะเบียน 4902100295
บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นวานนี้ (23ม.ค.) ดัชนีหุ้นผันผวนอย่างหนัก โดยในช่วงเช้าของการซื้อขายดัชนีหุ้นลงไปต่ำสุดที่ระดับ 705.69 จุด แต่หลังจากที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)มีมติจะไม่นำกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไหวชุมนุมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปรากฏว่าในช่วงบ่ายดัชนีหุ้นกระเตื้องขึ้น และปิดตลาดที่ระดับ 714.10 จุดลดลง 4.89 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.2 หมื่นล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นสุดคือหุ้นบริษัทบ้านปู ปิดที่ 574 บาท ลดลง 16 บาท มูลค่าซื้อขาย 2.1 พันล้านบาท หุ้นปตท.ปิดที่ 229 บาทลดลง 2 บาท มูลค่าซื้อขาย 1.65 พันล้านบาท หุ้นปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น ปิดที่ 25.25 บาท ลดลง 0.25 บาท มูลค่าซื้อขาย 1.59 พันล้านบาท หุ้นปตท.สผ.ปิดที่ 137 บาทลดลง 3 บาท มูลค่าซื้อขาย 1.52 พันล้านบาท
นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า การที่ดัชนีหุ้นปรับลดลงในช่วงหนี้ สาเหตุหลักมาจากปัจจัยภายนอก กรณีจีนออกมาตรการคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน เพื่อชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจภายในประเทศ ส่งผลให้ตลาดหุ้นจีนและภูมิภาคปรับตัวลดลง จากความกังวลของนักลงทุน
ประกอบกับตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นภูมิภาคปรับตัวขึ้นมามากในช่วง 1 เดือนครึ่งที่ผ่านมา โดยเดือนธ.ค.2552 ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นมา 6.6% และในช่วง 1 ม.ค.-15 ม.ค. 2553 ปรับตัวขึ้นมา 1.6% รวมแล้วปรับตัวขึ้นมา 8.2% แล้ว ช่วงเดือนครึ่งเป็นการปรับขึ้นต่อเนื่อง จึงมีการปรับฐาน มีแรงขายออกมาเพื่อทำกำไรของนักลงทุนส่วนปัจจัยการเมืองในประเทศ อาจมีผลกระทบเชิงจิตวิทยาที่ทำให้นักลงทุนมีความกังวลบ้าง แต่ชั่งน้ำหนักแล้วปัจจัยนอกมีน้ำหนักมากกว่าภายในประเทศ
"ช่วง 1 เดือนครึ่งตลาด STABLE มาตลอด ไม่ผันผวนเลย ช่วงนี้อาจปรับตัวลงไปบ้าง ปัจจัยสำคัญมาจากจีนคุมสินเชื่อ ส่วนการเมืองบางวันก็เป็นข่าวการเมืองในบ้านเรา แต่เป็นเรื่องจิตวิทยา เพราะภูมิภาคก็ปรับตัวทิศทางเดียวกัน"นางภัทรียากล่าว
นางภัทรียา กล่าวอีกว่า ภาพรวมการลงทุนตลาดหุ้นปีนี้ยังมีความผันผวน แม้แนวโน้มเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจสหรัฐฯหรือภูมิภาค ฟื้นตัวขึ้น แต่ระหว่างทางยังมีความผันผวน และตั้งแต่วันที่ 1-21 ม.ค.2553 ต่างชาติขายหุ้นออกมาแล้ว 2.9 พันล้านบาท
"สิ่งที่เห็นว่าจะเป็นจุดดีอย่างหนึ่งคือ ผลกำไรกลุ่มแบงก์ที่ออกมาดีขึ้น สถาบันการเงินยังเข้มแข็ง ทำให้เห็นว่าตลาดหุ้นไทยยังมีพื้นฐานที่ดี โดยผลประกอบการปี 2552 ของกลุ่มแบงก์ที่ประกาศออกมาเป็นกลุ่มแรกพบว่ามีกำไร 9.1 หมื่นล้านบาท สูงขึ้น 10% จากผลประกอบการปี 2551 ที่มีกำไร 8.2 หมื่นล้านบาท"
ด้านบทวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ระบุว่า สถานการณ์ทางการเมืองกรณีการใช้อาวุธ M79 ยิงตึกที่ทำการกองทัพบก แม้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และในที่สุดเรื่องอาจเงียบหายไป แต่การเกิดเรื่องในช่วงเวลานี้จนกระทั่งไปถึงเดือนก.พ. ซึ่งเป็นช่วงที่จะมีการพิจารณาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท จึงเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงสถานการณ์น่าเป็นห่วง เพราะมีความรุนแรงมากกว่าแค่การชุนนุม กรณีดังกล่าวประเมินว่าจะส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุนในไทยได้ เพื่อรอดูความชัดเจนทางการเมืองอีกครั้ง
ขณะที่ค่าเงินบาทในช่วงเช้าวานนี้ อ่อนค่าสุดของวันที่ 32.99-33.03 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนที่จะแข็งค่าขึ้นในช่วงท้ายตลาด โดยมาอยู่ที่ 32.98 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นการแข็งขึ้นตามค่าเงินของยูโรและค่าเงินเยน
"วานนี้เงินบาทอ่อนค่าในช่วงแรก ตามเงินเอเชีย เมื่อเทียบกับดอลลาร์ แต่ก็กลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงบ่าย หลังจากเงินยูโรแข็งค่าขึ้น"นักค้าเงินกล่าว
ที่มา:http://www.bangkokbiznews.com/
คำถาม
1.ดัชนีหุ้นที่ปรับลดลงมีสาเหตมาจากอะไร
2.จากบทความนี้หุ้นที่มีการซื้อขายการลงทุนอย่างหนาแน่นที่สุดคือหุ้นตัวใด
3.ตลาดหุ้นไทย มีผลประกอบการไปในทิศทางใด และกลุ่มใดเป็นผู้ประกาศเป็นกลุ่มแรก
ตอบ
ตอบลบข้อ 1.ดัชนีหุ้นที่ปรับลดลง มีสาเหตุมาจาก ปัจจัยภายนอก กรณีจีนออกมาตรการคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน เพื่อชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจภายในประเทศ ส่งผลให้ตลาดหุ้นจีนและภูมิภาคปรับตัวลดลง จากความกังวลของนักลงทุน
ข้อ 2.หุ้นที่มีการซื้อขายการลงทุนอย่างหนาแน่นที่สุด คือหุ้นบริษัทบ้านปู ปิดที่ 574 บาท ลดลง 16 บาท มูลค่าซื้อขาย 2.1 พันล้านบาท
ข้อ 3.ตลาดหุ้นไทย มีผลประกอบการที่ดี และกลุ่มแบงก์ที่ประกาศออกมาเป็นกลุ่มแรกพบว่ามีกำไร 9.1 หมื่นล้านบาท สูงขึ้น 10% จากผลประกอบการปี 2551 ที่มีกำไร 8.2 หมื่นล้านบาท"
น.ส.กิตตินุช วังกานนท์ เลขทะเบียน 4902100702
ข้อ 1.ดัชนีหุ้นที่ปรับลดลง มีสาเหตุมาจาก ปัจจัยภายนอก กรณีจีนออกมาตรการคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน เพื่อชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจภายในประเทศ ส่งผลให้ตลาดหุ้นจีนและภูมิภาคปรับตัวลดลง จากความกังวลของนักลงทุน
ตอบลบข้อ 2.หุ้นที่มีการซื้อขายการลงทุนอย่างหนาแน่นที่สุด คือหุ้นบริษัทบ้านปู ปิดที่ 574 บาท ลดลง 16 บาท มูลค่าซื้อขาย 2.1 พันล้านบาท
ข้อ 3.ตลาดหุ้นไทย มีผลประกอบการที่ดี และกลุ่มแบงก์ที่ประกาศออกมาเป็นกลุ่มแรกพบว่ามีกำไร 9.1 หมื่นล้านบาท สูงขึ้น 10% จากผลประกอบการปี 2551 ที่มีกำไร 8.2 หมื่นล้านบาท"
5001103001น.ส.ทิพย์พิมล ธนตฤณชาติ
คำตอบคือ
ตอบลบข้อ 1.ดัชนีหุ้นที่ปรับลดลง มีสาเหตุมาจาก ปัจจัยภายนอก กรณีจีนออกมาตรการคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน เพื่อชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจภายในประเทศ ส่งผลให้ตลาดหุ้นจีนและภูมิภาคปรับตัวลดลง จากความกังวลของนักลงทุน
ข้อ 2.หุ้นที่มีการซื้อขายการลงทุนอย่างหนาแน่นที่สุด คือหุ้นบริษัทบ้านปู ปิดที่ 574 บาท ลดลง 16 บาท มูลค่าซื้อขาย 2.1 พันล้านบาท
ข้อ 3.ตลาดหุ้นไทย มีผลประกอบการที่ดี และกลุ่มแบงก์ที่ประกาศออกมาเป็นกลุ่มแรกพบว่ามีกำไร 9.1 หมื่นล้านบาท สูงขึ้น 10% จากผลประกอบการปี 2551 ที่มีกำไร 8.2 หมื่นล้านบาท
นางสาวปิยนุช พละเยี่ยม 4902100345